แบ่งปัน
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกเข้าทลายบริษัท เมจิก สกิน จำกัด ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชื่อดังที่มีดาราและเน็ตไอดอลหลายคนรีวิวสินค้า พร้อมทั้งออกหมายจับผู้ต้องหารวม 8 คน และยึดของกลางรวมมูลค่ากว่า 21 ล้านบาท

เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังเตรียมเรียกดารานักแสดง และเน็ตไอดอลที่ได้โฆษณาให้กับสินค้าเมจิก สกิน เข้าให้ปากคำไม่ว่าจะเป็นกันต์ กันตถาวร, วุ้นเส้น วิริฒิพา, ปันปัน สุทัตตา, ม้า อรนภา, สายป่าน อภิญญา และอีกหลายคน

ล่าสุด (23 เมษายน 2561) สาวปันปัน สุทัตตา ได้ออกเปิดใจถึงข่าวเรื่องนี้ว่า

“อย่างที่ทุกคนเห็นในข่าวนะคะ คือเรื่องของปันเกิดขึ้นจากการที่เขาติดต่อมาทางผู้จัดการโดยให้เราลงรูปรีวิวเหมือนที่ปันทำปกติเลย เรารับงานมาแล้วเราก็ลงรีวิวปกติและทำตามสัญญานั่นก็คือ 15 วัน ลบออกค่ะ แค่นั้นเลย”
เราได้เช็คขอมูลของสินค้านี้ไหม?
“ด้วยความที่สินค้าตัวนี้ตอนแจ้งบอกว่าเป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดมาค่อนข้างสักพักแล้ว เราก็เห็นอย. ข้างกล่อง และด้วยความที่เราเป็นผู้บริโภคปกติเลย เราไม่ได้มีความรู้ว่าเลขอย. อันนี้ถูกต้องยังไงใช่ไหมคะ เราก็รับปกติเลยค่ะ”
พอเป็นข่าว แล้วเราก็โดนโยงด้วย ตกใจไหม?
“ตกใจค่ะ เพราะเราเชื่อว่าไอจีของเรามีผลกระทบเยอะ เพราะคนดูค่อนข้างเยอะ ก็ต้องขอโทษด้วยนะคะสำหรับการไม่ไตร่ตรองสินค้าที่โฆษณาออกไปไม่ดี ทำให้อาจจะมีคนเกิดอะไรขึ้นมากมาย ผิดที่ทางเราเองที่เราไม่ดูให้ดีค่ะ”
ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการจะเรียกตัวดาราที่รีวิวสินค้านี้เข้าไปสอบปากคำเพิ่ม เราพร้อมไหม?
“พร้อมเข้าไปเลยค่ะ คือยินดีให้สอบปากคำทุกอย่าง ยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่างเลยค่ะ แต่อย่างที่บอกไปคือเขาติดต่อมาแค่ให้เราลงรูป และเราก็ลงรูปไปตามที่เขาบอก แค่นั้นเลยค่ะ”
ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาบ้างหรือยัง?
“มีติดต่อมาทางผู้จัดการบ้างแล้วค่ะ โทรมาแต่ยังไม่ได้เรียกเข้าไป”
จากนี้จะตรวจสอบการลงรูปรีวิวมากขึ้นไหม ?
“จากนี้ปันว่าพอเจอเหตุการณ์แบบนี้ดาราทุกคนคงต้องขอเอกสารรับรองให้ได้ว่ามีอย.รับรองเรียบร้อยนะคะ สินค้าเป็นยังไง อย่างล่าสุดที่ปันได้มาก็มีเอกสารมาให้หมดเลยค่ะ แม่ค้าออนไลน์ทุกคนก็คงระแวงในจุดนี้ ก็ต้องทำไปให้เรียบร้อยค่ะ”
มันจะกระทบสินค้าที่เราขายอยู่ไหม ?
“สินค้าของปันมีอย.ถูกต้องทุกอย่างตามกฎหมายนะะ ไม่ได้มีการสวมรอยอะไรทั้งสิ้น ซึ่งปันคิดว่าสองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แยกกันค่ะ เพราะอันนี้คือสิ่งที่เราทำเอง ส่วนที่เขาจ้างเราลงรูปก็คือคนละเรื่องกันค่ะ”
จะเลิกรับการรีวิวสินค้าไปเลยไหม?
“เลิกรับอาจจะไม่ค่ะ คือปกติปันก็ไม่ได้รับทุกอย่างนะคะ แต่อันนี้เขาให้คนรอบข้างปันหลายคนรีวิวให้และก็ติดต่อผ่านๆ กันจนถึงปัน ปันก็เลยรับค่ะ แต่ต่อจากนี้คงต้องละเอียดในการรับมากขึ้น อย่างที่บอกเลยค่ะต้องมีเอกสารทุกอย่างเลย เพราะเราก็รู้สึกแย่ที่มีคนได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ค่อนข้างเยอะ ด้วยความที่สินค้าไม่มีอย.ก็ส่งผลอะไรตามมาเยอะแยะมากมาย ปันก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน”
ส่วนตัวได้รับผลกระทบจากแฟน ๆ ถึงเรื่องนี้มาถึงตัวบ้างไหม?
“ไม่ได้มีค่ะ แต่เท่าที่ปันได้อ่านความคิดเห็นโดยรวม ปันว่ามันไม่โอเคที่ใครหรือแม้แต่ดาราจะโปรโมทสินค้าเกินจริง หรือเป็นอันตรายให้กับผู้คนค่ะ เรื่องนี้ก็ต้องระวังกันมากขึ้น เพราะสินค้าในตลาดออนไลน์มีค่อนข้างมาก เราก็ต้องดูให้ดีค่ะ”
จากนี้จะต้องมีฝ่ายกฎหมายเพื่อมาคัดกรองการรับสินค้าส่วนตัวเลยไหม?
“หนูว่าหนูให้ผู้จัดการหนูดู และอย่างที่บอกเอกสารแนบต้องครบและต้องเป็นของจริงค่ะ จะรับอะไรก็ต้องดู ไม่อยากให้เกิดอันตรายอะไรกับผู้คนอีกแล้ว”
แสดงว่าเราจะต้องส่งเอกสารไปตรวจที่ สคบ. ว่าอันไหนคือของจริงหรือของปลอม?
“ปันว่าเราต้องดูนะคะ อีกอย่างปันว่าแม่ค้าก็ต้องมีจรรยาบรรณพอ ถ้ามีข่าวเรื่องนี้แล้วเขายังปลอมเอกสารขึ้นมาอีก ก็ไม่รู้จะทำไงแล้วอ่ะ”
เข็ดกับการรับงานรีวิวไปเลยไหม?
“ไม่ได้เข็ดนะคะ แต่ครั้งนี้เราพลาดเองที่ไม่ได้ดู คือเขาไม่ได้จ้างคนเดียว เขาจ้างทุกๆ คน อีกอย่างเราก็เห็นว่าเป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดค่อนข้างนานแล้ว มีทั้งแม่ค้าและตัวแทนเต็มไปหมดเลย ซึ่งเราก็ไม่รู้จริง ๆ นึกว่าทุกอย่างมันถูกต้องแล้ว”
จะมีการฟ้องกลับเลยไหม?
“หนูเหรอ ไม่ ๆ หนูไม่ฟ้องใคร”
จากผู้บริโภคจะยังมั่นใจกับดาราที่รีวิวสินค้าได้มากน้อยแค่ไหน?
“ปันว่าอันนี้ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละคนที่มีมุมมองในด้านนี้ค่ะ คนที่ยังเชื่อก็มี แต่เราก็ต้องยอมรับว่าเขาจ้างเราลงจริงๆ ก็ต้องแล้วแต่คนว่าจะเชื่อเราอยู่ไหม ซึ่งถ้ามันจะเป็นดราม่ามันก็เป็นแหละค่ะ แต่มันก็คือความจริง ปันว่าเรื่องนี้ค่อนข้างใหญ่ในสังคม ผลกระทบมันมีอยู่แล้วแน่นอน คือปันไม่อยากจะพูดถึงสินค้าที่ปันทำตอนนี้นะ แต่มันก็เป็นของที่เราทำกับครอบครัวและทุกอย่างก็ถูกต้องตามอย.และกฎหมาย”
อยากฝากบอกอะไรกับคนที่จะจ้างเรารีวิวสินค้าอีกไหม?
“คือปันเข้าใจนะว่าการทำธุรกิจคือการที่เราอยากจะหาเงิน แต่สุดท้ายแล้วจรรยาบรรณอยู่ที่ตัวเรา กฎแห่งกรรมมีจริงนะคะ ถ้าสมมุติคุณทำอะไรออกไปแล้วส่งผลกระทบให้กับผู้บริโภค ทุกอย่างมันก็จะย้อนเข้าหาตัวคุณเอง ในอนาคตจะทำอะไรก็ไตร่ตรองให้ดีนะคะ ให้นึกถึงคนอื่นบ้าง อย่านึกถึงแต่ตัวเอง เพราะผลกระทบมันมีจริง ๆ มันไม่ดีค่ะ อยากให้ตระหนักถึงจุดนี้นิดนึงนะคะ”

 

ที่มา NineEntertain
ภาพจาก punpun_sutatta